Horoscope365

ทำนายความฝันตามช่วงเวลา ฝันตอนไหนแม่นสุด

การทำนายความฝันตามช่วงเวลา
หัวข้อที่น่าสนใจ

เมื่อคุณก้มหัวลงหมอนนอนหลับ สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือ “ความฝัน” ไม่ว่าจะเป็นการหลับช่วงเวลาดึก พลบค่ำ หรือแม้แต่ตอนงีบหลับช่วงกลางวัน ความฝันสามารถเกิดขึ้นได้ทุกช่วงเวลา

การทำนายความฝันตามช่วงเวลา
การทำนายความฝันตามช่วงเวลา วิเคราะห์ความแม่นยำของความฝัน

คนโบราณมักเชื่อกันว่าความฝันเป็นลางบอกเหตุ เป็นนิมิตหนึ่งที่อาจเกิดจากเทวดาดลใจให้เห็นภาพเหตุการณ์ล่วงหน้า บ้างก็ว่ามาจากคำเตือนของบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ หรืออาจจะมีวิญญาณเร่รอนมาเข้าฝัน ซึ่งความฝันที่เกิดขึ้นเป็นได้ทั้งฝันดีและฝันร้าย

คำถามที่เกิดขึ้นตามมาคือ แล้วความฝันช่วงเวลาไหนน่าเชื่อถือสุด ฝันช่วงไหนไม่ค่อยแม่นยำ บทความนี้เรามีคำตอบ แต่ก่อนอื่นจะต้องมารู้จักกับประเภทของความฝันทั้ง 4 ที่เชื่อมโยงกับช่วงเวลาแห่งความฝันโดยตรง

ประเภทของความฝันทั้ง 4 รูปแบบ
ประเภทของความฝันทั้ง 4 รูปแบบ เชื่อมโยงกับช่วงเวลาที่เกิดความฝัน

ความฝัน 4 ประเภท

ความฝันเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งความไม่สมดุลทางกายภาพ ส่งผลให้ธาตุในร่างกายผิดปกติ เป็นสาเหตุประการสำคัญที่ทำให้เกิดความฝัน ความฝันที่เกิดจากจิตจดจ่อกับบางสิ่ง ความฝันจากนิมิตของเทพเทวดา ผีสาง และบรรพบุรุษ จึงสามารถจำแนกความฝันได้ 4 ประเภท ดังนี้

ธาตุกำเริบ

ความเจ็บป่วยทางกายภาพและสภาวะจิตใจที่ไม่สมดุล รวมไปถึงการทานอาหารในปริมาณที่มากเกินไปก่อนนอน ส่งผลให้ธาตุในร่างกายผิดปกติ เมื่อนอนหลับจะไม่สามารถหลับลึก เป็นเพียงช่วงเวลาที่สมองได้งีบชั่วขณะ ความฝันที่เกิดจากธาตุกำเริบมักจะมองเห็นเหตุการณ์ในความฝันแง่ร้าย อาทิเช่น ตกจากตึกสูง ตกหน้าผา วิ่งหนีการไล่ล่าจากผู้ร้าย หนีคลื่นยักษ์ และที่พบได้บ่อยสุดคือฝันถึงวิญญาณเร่รอน

จิตอาวรณ์

ความฝันที่เกิดจากจิตอาวรณ์ หมายถึง สภาวะที่จิตใจหมกมุ่นอยู่กับเรื่องบางอย่างหรือเหตุการณ์ที่ประสบพบเจอมาทั้งในอดีตและปัจจุบัน ซึ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งดีและร้ายส่งผลต่อเหตุการณ์ในความฝัน หรือที่โบราณมักเรียกกันว่า “ฝันเฟื่อง” จิตใจถูกปรุงแต่งให้มองเห็นเหตุการณ์ซ้ำ ๆ ในความฝัน เช่น ความวิตกกังวล ฝันเห็นเหตุการณ์หรือตัวละครจากละครที่เพิ่งดูจบไป ฝันเห็นเหตุการณ์ล่าสุดที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตจริง ฝันเห็นบรรพบุรุษที่จากไป เป็นต้น

เทพดลใจ

ตามหลักทางพุทธศาสนาเชื่อว่าคนเราทุกคนมีเทวดาประจำตัว เทวดาจะบันดาลโชคและช่วยให้แคล้วคลาดจากเรื่องเลวร้ายหากผู้นั้นรักษาศีล มีประพฤติดี เทพดลใจหรือเรียกอีกอย่างคือ “เทพสังหรณ์” เป็นการดลใจของเทวดาให้ลงมาบอกเหตุการณ์ล่วงหน้าหรือมาเตือนภัยสิ่งที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้น ซึ่งความฝันอันเกิดจากเทพดลใจสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งฝันดีและฝันร้าย หากดลใจให้เกิดฝันดี ก็จงรักษาศีลเพื่อให้ผลแห่งความฝันประสบความสำเร็จ แต่หากฝันร้าย หมายถึงการเตือนภัยให้ระมัดระวังการใช้ชีวิตมากขึ้น

บุพนิมิต

บุพนิมิต คือความฝันทำนายสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคต บุพนิมิตค่อนข้างแม่นยำสูง มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่จริงก็ได้ ตามความเชื่อที่ว่ากันว่าความฝันอันเกิดจากการดลจิตดลใจจากบรรพบุรุษผู้ล่วงลับมาเตือนภัย เจ้ากรรมนายเวร รวมถึงผีสางเทวดาก็เป็นได้

การพยากรณ์เหตุการณ์ในความฝัน
การพยากรณ์เหตุการณ์ในความฝัน สัมผัสพิเศษหรือลางบอกเหตุจากใคร

ความแม่นยำของความฝันตามช่วงเวลา

เวลาที่คนเรานอนหลับไม่ลึก ความฝันมีโอกาสเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ สาเหตุของความฝันอันเกิดจากการธาตุกำเริบ จิตอาวรณ์ เทพดลใจ และบุพนิมิต จะเกิดขึ้นตามช่วงเวลาที่หลับ ไม่ใช่เฉพาะช่วงเวลากลางคืนเท่านั้น แต่กลางวันก็สามารถเกิดความฝันได้เช่นกัน ซึ่งความฝันจะแม่นยำหรือไม่นั้น ฝันแบบไหนที่มีโอกาสเกิดขึ้นจริง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่เกิดความฝัน 

ช่วงหัวค่ำ (18.00-22.00 น.)

ความฝันช่วงหัวค่ำ เกิดขึ้นช่วงเวลาที่คนเรานอนหลับในเวลาประมาณ 18.00 – 22.00 น. หากยึดตามความเชื่อโบราณที่เล่าต่อกันมาคือ “ช่วงเวลาแห่งวิญญาณ” จึงมีข้อห้ามที่บอกต่อกันมาเสมอว่า “อย่านอนหลับตอนเย็น” เพราะวิญญาณจะเอาตัวไป ซึ่งนั่นเป็นเพียงกุศโลบายไม่ให้นอนหลับทับตะวัน เพราะกลางคืนจะนอนไม่หลับ

ความฝันช่วงหัวค่ำ จัดได้ว่าเป็น “ธาตุกำเริบ” เกิดจากความเหนื่อยล้าทางร่างกาย การทานอาหารในปริมาณมากเกินไป และอาการเจ็บป่วย ทำให้ความฝันในช่วงเวลาพลบค่ำไม่สามารถนำมาตีความฝันได้ เหตุการณ์ในความฝันมีโอกาสเกิดขึ้นจริงแทบจะเป็นศูนย์

ช่วงยามดึก (23.00-03.00 น.)

ความฝันที่เกิดในช่วงเวลา 23.00 – 03.00 น. เกิดจาก “จิตอาวรณ์” การที่จิตใจจดจ่อกับเหตุการณ์บางสิ่งอย่างที่ผ่านมาในอดีตหรือเหตุการณ์ที่เพิ่งประสบพบเจอล่าสุด ทำให้จิตใจยังคงยึดติดกับภาพเหตุการณ์เหล่านั้นจนเกิดเป็นภาพในความฝัน เช่น เหตุการณ์ในภาพยนตร์ที่เพิ่งดูจบก่อนนอน ตัวละครในหนังสือนิยาย นอกจากนี้ ความฝันยังเกี่ยวพันกับความวิตกกังวลภายในจิตใจ

ความฝันในช่วงเวลายามดึกไม่ค่อยมีความแม่นยำเท่าไหร่นัก เนื่องจากเกิดจากจิตใต้สำนึกของมนุษย์ที่ยังมีเรื่องราวติดค้างภายในใจ จนนำมาซึ่งความฝันได้นั่นเอง

ฝันช่วงใกล้รุ่ง (03.00-07.00 น.)

ความฝันช่วงใกล้รุ่งเวลาประมาณ 03.00-07.00 น. เชื่อกันว่าเป็นการดลใจของสิ่งศักดิ์สิทธิ์และบรรพบุรุษผู้ล่วงลับมาบอกเหตุการณ์ล่วงหน้า ซึ่งความฝันช่วงใกล้รุ่งจัดได้ว่าเป็นความฝันที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นจริงมากที่สุด มีความแม่นยำสูง เหตุการณ์ในความฝันมีโอกาสเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาไม่ใกล้ไม่ไกล อาจจะประมาณ 2 สัปดาห์หรือ 1-3 เดือนไม่เกินนี้

โอกาสที่จะเกิดความฝันเป็นไปได้ทั้งฝันดีและฝันร้าย หากฝันร้ายให้หมั่นทำบุญโดยการให้ทาน ถือได้ว่าเป็นการสะเดาะเคราะห์ ทั้งนี้ ฝันร้ายที่เกิดขึ้นช่วงใกล้รุ่งยังสามารถนำไปตีเลขได้ค่อนข้างแม่นยำ มีโอกาสถูกรางวัลจากการเสี่ยงโชค

ฝันกลางวัน (07.00-18.00 น.)

 ฝันกลางวันเกิดจากการที่ร่างกายเหนื่อยล้าจากกิจวัตรประจำวัน ความเครียด และความเหนื่อยล้า จนเผลองีบหลับช่วงเวลาสั้น ๆ ความฝันที่เกิดขึ้นในช่วงเวลากลางวันมักจะเกิดจากความรู้สึกนึกคิด จิตใต้สำนึก และจินตนาการจากเหตุการณ์ที่พบเจอ มักไม่เกี่ยวข้องกับลางบอกเหตุแต่อย่างใด จึงทำให้ความฝันช่วงเวลากลางวันขาดความน่าเชื่อถือ ไม่สามารถนำมาตีความฝันหรือคาดเดาเหตุการณ์ในอนาคตได้

ความเชื่อเรื่องการทำนายความฝัน
ความเชื่อเรื่องการทำนายความฝัน เครื่องมือเตือนใจและหนทางแห่งการทำนายโชค

ความแม่นยำของความฝันตามช่วงเวลากับลางบอกเหตุในอนาคต

เรื่องของความฝันคือช่วงเวลาที่เหมือนเราได้หลุดไปอีกโลกหนึ่ง “ความฝัน” เป็นไปได้ทั้งฝันดีและฝันร้าย หากเหตุการณ์ในความฝันเป็นเรื่องดี ก็จะส่งผลให้เวลาตื่นมามีแต่ความชื่นบาน มีความสุข จนถึงขั้นหลงระเริงในความฝันนั้น แต่หากฝันร้ายก็ทำเอาจิตตก กลัวว่าเหตุการณ์ในความฝันจะเกิดขึ้นจริง จนถึงขั้นคิดไปว่าเป็นลางบอกเหตุอะไรหรือไม่ แน่นอนว่าเหตุการณ์ในความฝันมีทั้งที่เกิดขึ้นจริงหรือบางเหตุการณ์ก็ไม่เกิดขึ้นจริง ทั้งนี้ ความแม่นยำขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่หลับ ซึ่งจะสอดคล้องกับความฝันทั้ง 4 ประเภท ได้แก่ ธาตุกำเริบ จิตอาวรณ์ เทพดลใจ และบุพนิมิต หากเข้าใจหลักของความฝันตามช่วงเวลา ก็จะทำให้คุณเข้าใจเกี่ยวกับความฝันของตัวเองได้ไม่ยากอ่านทำนายความฝันเพิ่มเติมได้ที่ Horoscope365