Horoscope365

5 วัดจีน สถานที่แก้ปีชง เสริมโชค เสริมบารมี ใกล้กรุงเทพมหานคร

ปีชง เปลี่ยนดวงร้ายให้กลายเป็นดีพร้อมส่งท้ายปี 2565
หัวข้อที่น่าสนใจ

เราขอแนะนำ 5 วัดจีน ที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานครเป็นวัดจีนที่ท่านสามารถไปบูชาสักการะขอพรสำหรับคนที่เกิดปีชง ว่าจะไปไหว้พระที่วัดไหนกันบ้างวันนี้เราจะพาท่านไปที่วัดไหนบ้างตามมากันเลยค่ะ

1. วัดเล่งเน่ยยี่ หรือ “วัดมังกรกมลาวาส”

วัดเล่งเน่ยยี่
วัดเล่งเน่ยยี่เป็นหนึ่งในวัดดังในกรุงเทพฯ ที่นักแสวงบุญทั้งชาวไทยและชาวจีน

 แน่นอนว่าหลายคนคงเคยได้ยิน เพราะวัดเล่งเน่ยยี่เป็นหนึ่งในวัดดังในกรุงเทพฯ ที่นักแสวงบุญทั้งชาวไทยและชาวจีน ต่างแวะเวียนมากราบไหว้ขอพรกันอยู่เสมอ อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในสถานที่ไหว้สะเดาะเคราะห์สำหรับผู้ที่เกิดปีชงในแต่ละปีอีกด้วย เราจึงรวบรวมเอาความรู้มาให้เพื่อน ๆ ทราบกัน
ที่ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ระหว่างซอยเจริญกรุง 19 และ 21 ภายในเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร เป็นวัดในสังกัดคณะสงฆ์จีนนิกายแห่งประเทศไทย ซึ่งชื่อของวัดนั้นมาจากคำ 3 คำ ได้แก่ คำว่า “เล่ง” ในภาษาจีนแต้จิ๋ว แปลว่า มังกร, คำว่า “เน่ย” แปลว่า ดอกบัว และ “ยี่” แปลว่า วัด หรือรวมคำแปลที่หลายคนมักคุ้นหูว่า “วัดมังกร” ส่วนชื่อทางการของวัดซึ่งเป็นชื่อพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 คือ “วัดมังกรกมลาวาส”
 เมื่อเดินเข้าไปภายในวัดจนถึงวิหารจะพบ “ท้าวโลกบาล” ที่เป็นเทวรูปเทพเจ้าทั้ง 4 พระองค์ ในชุดนักรบชาวจีน พร้อมถืออาวุธ พิณ ดาบ ร่ม เจดีย์ ซึ่งชาวจีนเรียกว่า “ซี้ไต๋เทียงอ้วง” หมายถึงเทพเจ้าที่ปกปักรักษาคุ้มครอง ถัดจากนั้นจะเป็นส่วนของ “อุโบสถ” ซึ่งเป็นสถานที่ประดิษฐานพระประธานของวัด คือ พระโคตมพุทธเจ้า พระอมิตาภพุทธะ พระไภษัชยคุรุพุทธะ ทั้งหมด 3 องค์ หรือ “ซำป้อฮุกโจ้ว” พร้อมพระอรหันต์อีก 18 องค์ หรือที่เรียกว่า “จับโป๊ยหล่อหั่ง” ซึ่งทางด้านขวามีเทพเจ้าต่าง  ๆ หลายองค์ เช่น เทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตา หรือ “ไท้ส่วยเอี้ย”, เทพเจ้าแห่งยาหรือหมอเทวดา “ฮั่วท้อเซียงซือกง” และที่นิยมไหว้ขอพรมากคือ เทพเจ้าแห่งโชคลาภ “ไฉ่ซิงเอี้ย” เทพเจ้าเห้งเจีย หรือ “ไต่เสี่ยฮุกโจ้ว” พระเมตไตรยโพธิสัตว์ หรือ “ปู๊กุ่ยฮุกโจ้ว” ซึ่งคล้ายกับพระมหากัจจายนะ “กวนอิมผู่สัก” หรือพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ “แป๊ะกง” และ “แป๊ะม่า” รวมเทพเจ้าในวัดจะมีทั้งหมด 58 องค์

2.วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ หรือวัดเล่งเน่ยยี่ 2

วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์
วัดแห่งนี้เป็นสาขาสองของวัดเล่งเน่ยยี่ ที่เยาวราชนั่นเอง

วัดจีน นนทบุรี ที่มีสถาปัตยกรรมจีนสวยงามมากๆ และพุทธศิลป์ ทำให้มีความคล้ายกับพระราชวังต้องห้ามในกรุงปักกิ่งเลยทีเดียวค่ะ เพราะวัดแห่งนี้เป็นสาขาสองของวัดเล่งเน่ยยี่ ที่เยาวราชนั่นเองค่ะ ที่นี่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ในพ.ศ.2539   โดยสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก ได้เสด็จเป็นองค์ประธานวางศิลาฤกษ์ และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชานุญาตให้สร้างวัด และพระราชทานนามว่า วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ คณะสงฆ์จีนนิกายรังสรรค์ และใช้เวลาในการสร้างกว่า 12 ปีจึงเสร็จสมบูรณ์เลยทีเดียว  บริเวณวัด ประกอบด้วยวิหารต่างๆ ที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมอันงดงาม วิหารแต่ละหลังประดับด้วยลวดลายภาพเขียนสีพุทธศิลป์แบบจีน ก่อสร้างตามแนวปรัชญาและคติธรรมทางศาสนาพุทธจีนนิกายฝ่ายมหายานค่ะ มีการใช้ สีน้ำเงิน สีแดง และสีทอง เป็นหลัก ทั้ง วิหารพระกวนอิมโพธิสัตว์ วิหารหมื่นพุทธเจ้า วิหารบูรพาจารย์ ห้องปฏิบัติธรรม ที่พำนักสงฆ์ และ โรงเรียนพระปริยัติธรรม ภายในวัดประดิษฐานพระพุทธเจ้า 3 องค์ คือ องค์อดีต องค์ปัจจุบัน และองค์อนาคต และรายรอบพระวิหารยังประดับด้วยหินแกะสลักต่างๆ มากมายที่นำมาจากประเทศจีนค่ะ อีกทั้งภายในวัดยังประดิษฐาน เจ้าแม่กวนอิม ที่แกะสลักจากไม้หอมต้นเดียว และองค์เทพสำคัญอื่นๆ ของนิกายมหายานอีกด้วย จึงทำให้ที่นี่เป็นศูนย์รวมใจของคนไทยเชื้อสายจีนที่มาไหว้พระ ขอพรกัน

3. วัดทิพยวารีวิหาร วัดกัมโล่วยี่ วัดจีน แก้ชง ในกรุงเทพ

วัดทิพยวารีวิหาร วัดกัมโล่วยี่ วัดจีน
วัดทิพยวารีวิหาร นอกจากจะเก่าแก่แล้ว ก็ยังมีเทพเจ้าต่างๆ ให้เรากราบไว้กันครบเลย

วัดจีน ที่ชื่อว่า วัดกัมโล่วยี่ หรือ วัดทิพยวารีวิหาร นอกจากจะเก่าแก่แล้ว ก็ยังมีเทพเจ้าต่างๆ ให้เรากราบไว้กันครบเลยค่า วัดทิพยวารีวิหาร หรือ วัดกัมโล่วยี่ ตั้งอยู่ในเขตพระนคร จังหวัดกรุงเทพฯ โดยสร้างขึ้นมาตั้งแต่ในสมัยกรุงธนบุรี เมื่อในปี พ.ศ. 2319 เป็นวัดสังกัดคณะสงฆ์จีนนิกายแห่งประเทศไทย และเป็นวัดในพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน สังกัดคณะสงฆ์จีนนิกาย พอมาถึงในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ วัดก็ได้ถูกทิ้งร้างไว้ เพราะเหตุการณ์บ้านเมืองในขณะนั้น จนมาในปี พ.ศ. 2439 พระอาจารย์ไหซัน พระภิกษุจีนชาวมณฑลหูหนาน ได้มาจำพรรษาที่ วัดทิพยวารีวิหาร ท่านก็เลยบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่ และเชิญชวนชาวบ้านในย่านตลาดมิ่งเมืองมาร่วมกันค่ะ

     จนกระทั่งวัดกลับมาสวยงาม ในหลวงรัชกาลที่ 5 จึงได้มีพระราชทานสมณศักดิ์ให้ อาจารย์ไหซัน เป็นหลวงจีนธรรมรสจีนศาสน์ ปลัดซ้ายจีนนิกาย ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสค่ะ และพระราชทานนาม วัดกัมโล่วยี่ ให้ใหม่ว่า วัดทิพยวารีวิหาร ในปี พ.ศ. 2452 นั่นเอง

 ส่วนใหญ่แล้วคนทั่วไปจะนิยมไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ทั้ง หมออูโต๋ว เทพปรองดองหรือเทพแห่งความรัก เทพขุนพลเอี่ยยิ่ม องค์ซำกวง หรือเทพ 3 ตา พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร หลวงจีนคณาณัติจีนพรต (เย็นบุญ) อดีตเจ้าอาวาส และ เทพมังกรเขียว หรือ แชเล่งเอี๊ย เทพารักษ์ผู้รักษาบ่อน้ำทิพย์ประจำ วัดทิพยวารีวิหาร  เป็นอีก วัดจีน ที่ชาวไทยเชื้อสายจีน ต้องไปกราบสักการะขอพร รับความเฮงช่วง ตรุษจีน แบบนี้เลยค่ะ ไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็อย่าลืมเสริมบุญ เสริมความเฮงให้ตัวเองกันด้วยนะคะ เดินทางง่ายๆ มาที่ วัดทิพยวารีวิหาร แห่งนี้ 

4.วัดโพธิ์แมนคุณาราม โพวมิ้งปออึงยี่

วัดจีน ในกรุงเทพมหานคร สามารถไปไหว้ขอพร ในช่วง ตรุษจีน แบบนี้ ก็คือ วัดโพธิ์แมนคุณาราม หรือ วัดโพวมิ้งปออึงยี่ เรียกได้ว่าเป็นวัดที่ผสมผสานความหลากหลายเข้าด้วยกันเลยค่ะ มาค่ะ มาไหว้ขอพร รับตรุษจีนขอพร แก้ชง ณ วัดโพธิ์แมนคุณาราม ต้อนรับ ตรุษจีน

วัดโพธิ์แมนคุณาราม โพวมิ้งปออึงยี่
วัดโพธิ์แมนคุณาราม วัดนี้เปิดกันตลอดทั้งปี และ เป็นที่นิยมขอพรตลอดทั้งปี

 วัดโพธิ์แมนคุณาราม หรือ วัดโพวมึ้งป่ออึงยี่ เป็นวัดพุทธฝ่ายมหายาน สังกัดคณะสงฆ์จีนนิกายแห่งประเทศไทยค่ะ ที่สืบทอดหลักธรรมคำสอนต่างๆ มาจากนิกายเซน และเป็นศูนย์กลางหลักธรรมคำสอนของนิกายวินัยและนิกายมนตรายาน ของ วัชรยาน ทิเบต นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางของคณะสงฆ์จีนนิกายของไทยด้วยค่ะ

 สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2502 ตามหลักฮวงจุ้ย และเป็นลักษณะของรถม้าที่กำลังลากราชรถค่ะ โดยประตูทางเข้าวัด จะมีซุ้มประตู 5 ประตู เปรียบเหมือนม้า 5 ตัว ที่กำลังลากราชรถ นั่นก็คือ พระอุโบสถ นี่เองค่ะ ซึ่งภายในจะมี พระศรีศากยมุนีพุทธเจ้า เป็นประธาน นั่นเองค่ะ

 ตัวพระอุโบสถ จะเป็นลักษณะที่ผสมผสานระหว่าง พุทธศิลป์ ไทย จีน และ ธิเบตรวมเข้าด้วยกัน เป็นรูปทรงแบบจีน พื้นหินขัดลายจีน ซึ่งเป็นฝีมือออกแบบของ เจ้าคุณโพธิ์แจ้งมหาเถระ อดีตเจ้าคณะใหญ่สงฆ์นิกายจีนค่ะ อุโบสถจะมี 3 ชั้น ยอดเป็นฉัตรเจดีย์ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ นอกจากนั้นก็จะมีหมู่พระพุทธรูป 1,000 องค์ ประดิษฐานอยู่บนเพดาน 3 ชั้นของอุโบสถ ส่วนฝาผนังทั้ง 2 ข้าง ก็จะเป็นจิตรกรรมกระเบื้องโมเสครูปพระอรหันต์กว่า 500 องค์ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องไปชม คือ หอพระไตรปิฏก ฉบับมหายาน ซึ่งเป็นหอพระไตรปิฏกสำคัญที่สุดของโลกค่ะ เพราะประดิษฐานพระไตรปิฏกของมหายาน หินยาน และวัชรยาน(ทิเบต) นิกายมนตรยาน โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดเลยในนี้ นั่นก็คือ พระไตรปิฏกฉบับจักรพรรดิเหลียงบู้ตี้ ที่มีแค่ 3 ที่เท่านั้นในโลกค่ะ ตรุษจีน ปีนี้ ใครยังไม่รู้จะไปไหว้พระที่วัดไหน แนะนำว่าให้มาที่ วัดโพธิ์แมนคุณาราม วัดนี้เปิดกันตลอดทั้งปีเลยค่ะ ถ้าใครไม่อยากมาช่วงคนเยอะๆ ก็แวะมาตอนที่สะดวกกันได้เลยค่ะ ไปไหว้พระขอพร 

5. ศาลเจ้าพ่อเสือ เสาชิงช้า

ศาลเจ้าพ่อเสือ เสาชิงช้า
ศาลเจ้าพ่อเสือตามในตำนานจีนนั้น เป็นเทพเจ้าเสือแห่งการปกป้อง โดยเรามักพบเห็นในวัดของลัทธิเต๋าของจีน

หรือที่ชาวจีนในไทยเราเรียกกันว่า ศาลตั่วเหล่าเอี้ย เป็นศาลเจ้าจีนสายลัทธิเต๋าที่เก่าแก่ และมีชื่อเสียงมากๆ อีกแห่งหนึ่งในประเทศไทยค่ะ ด้วยความเชื่อที่มีสืบต่อกันมาว่า หากใครที่กำลังประสบปัญหาทางธุรกิจ อยากจะขอพรในเรื่องการงานให้ประสบความสำเร็จ เสริมอำนาจบารมี ให้ร่ำรวยเงินทองล่ะก็ ต้องมาไหว้ขอพรที่ศาลเจ้าพ่อเสือแห่งนี้ค่ะ
อีกทั้งยังมีความเชื่อในเรื่องของ การแก้ชง โดยใครที่เกิดปีชง ก็จะต้องมาทำ พิธีปัดตัวสะเดาะเคราะห์ แก้ชง เสริมสิริมงคลกันอีกด้วย  ศาลเจ้าพ่อเสือ ตั้งขึ้นในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 สร้างโดย กรมหมื่นอุดมรัตนราษี (พระองค์เจ้าอรรณพ พระราชโอรสในสมเด็จพระนั่งเกล้า) โดยสถานที่เดิมตั้งอยู่ริมถนนบำรุงเมือง ต่อมาเมื่อ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดให้ขยายถนนบำรุงเมือง จึงได้โปรดให้ย้ายศาลเจ้าพ่อเสือมาไว้ที่ ทางสามแพร่ง ถนนตะนาว ซึ่งก็คือสถานที่ตั้งในปัจจุบันนั่นเอง

ลักษณะอาคารของศาลเจ้า สร้างตามรูปแบบศาลเจ้าที่นิยมทางภาคใต้ของจีน และมีเทพเจ้าประจำศาลเจ้า คือ เหี่ยงเที่ยงเสี่ยงตี่ หรือ เจ้าพ่อเสือ เป็นเทพที่มีความศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพบูชาอย่างมาก อีกทั้งภายในศาลเจ้ายังประดิษฐานเทพอีกหลากองค์ โดยเฉพาะ เจ้าพ่อกวนอู และ เจ้าแม่ทับทิม ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของทั้งคนไทยและจีนเช่นกัน

ศาลเจ้าพ่อเสือตามในตำนานจีนนั้น เป็นเทพเจ้าเสือแห่งการปกป้อง โดยเรามักพบเห็นในวัดของลัทธิเต๋าของจีน บูชาเพื่อไล่วิญญาณที่เป็นศัตรูต่างๆ ในไทยเราก็มีตำนานศาลเจ้าพ่อเสือเช่นเดียวกัน

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ วัดจีน ที่ท่านสามารถเดินทางไปไหว้สักการะขอพรได้ที่จังหวัดกรุงเทพมหานครรีบไปไหว้ขอพรส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันได้แล้วนะคะ สำหรับท่านใดที่อยากเข้ามารับชมเว็บของเราได้ที่ horoscope365 แล้วคุณจะไม่พลาดข้อมูลข่าวสารที่น่าสนใจ