Horoscope365

จิตวิทยากับการดูดวง : ทำไมดวงถึงตรงจัง

ทำไมดวงถึงตรงจัง
หัวข้อที่น่าสนใจ

นอกจากกินข้าว ทำงาน เดินห้าง ดูหนังเหมือนคนทั่ว ๆ ไปแล้ว สิ่งหนึ่งที่มนุษย์แทบจะทุกคนมักจะทำเป็นประจำ นั่นก็คือการดูดวง ไม่ว่าจะเป็นรายวัน รายปักษ์ หรือรายเดือน รายปีก็ยังมี บางครั้งก็ใส่เสื้อ ทาลิปสติกตามสีมงคล หรือไม่บางวันก็ออกไปไหว้ขอพรตามสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ที่เป็นที่ยอดฮิตสำหรับสายมูเตลู

จิตวิทยากับการดูดวง ความเชื่อถือว่าเป็นเรื่องคู่กันมายาวนานกับคนไทย หากคนเราขาดความเชื่อแล้วจะทำให้หมดศรัทธาในทุกสิ่ง การดูดวงถือว่าเป็นสิ่งที่คนไทยนิยมดูกันอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ซึ่งการดูดวงมีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการดูลายมือ การดูไพ่ยิปซี การดูผ่านตำราดวงชะตาวันเกิด หรือดูผ่านจิตสัมผัส ซึ่งในบางคนงานอาจมองว่าเป็นเรื่องที่งมงาย แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าในชีวิตของคนที่เกิดมานั้นจะต้องผ่านการดูดวงมาแล้วทั้งสิ้นอย่างน้อยที่สุดคือหนึ่งครั้ง

ดวงแม่นจริงหรือว่าเราคาดหวังอะไรอยู่กันแน่

จิตวิทยากับการดูดวง ในเชิงจิตวิทยาก็มีหลายเหตุผลที่สามารถอธิบายความเชื่อดังกล่าวได้ หนึ่งในเหตุผลเหล่านั้นมีในเรื่องของ ความปรารถนาและความต้องการควบคุมสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมและคาดเดาไม่ได้อยู่ด้วย ซึ่งการดูดวง  ก็เหมือนการที่เราได้รู้ล่วงหน้าสิ่งเหล่านั้น รู้สึกว่าเราควบคุมมันได้ แม้คำทำนายจะไม่ตรงขนาดนั้นก็ตาม ก็ทำให้เรายิ่งเชื่อว่าดวงที่อ่านมันช่างแม่นเสียเหลือเกิน เหมือนเป็นการซัพพอร์ตความคิดของตัวเอง 

นักแสดงและเจ้าของละครสัตว์
ทฤษฎีของปรากฏการณ์ที่ตั้งตามชื่อของ Phineas Taylor Barnum นักแสดงและเจ้าของละครสัตว์

นักจิตวิทยาเรียกสิ่งนี้ว่า Barnum effect หรือเรียกได้อีกอย่างว่า Forer effect ปรากฏการณ์ที่ตั้งตามชื่อของ Phineas Taylor Barnum นักแสดงและเจ้าของละครสัตว์ โดย Barnum เคยตั้งข้อสังเกตผ่านประโยคสุดคลาสสิกไว้ว่า ‘We’ve got something for everyone’ แปลง่าย ๆ ว่าจะมีบางสิ่งบางอย่างหรือบางคำพูดที่เข้าได้กับทุกคน อารมณ์แบบมันคลิกกับใจ ตรงความรู้สึกทำนองนั้น

โดย Barnum effect มักถูกนำมาอธิบายว่าทำไมบางครั้งหมอดูสามารถทำนายอะไรที่เหมือนจะเป็นนิสัย หรือความรู้สึกนึกคิดของเราได้ถูกต้องทั้ง ๆ ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

เหตุผลของการดูดวง จิตวิทยากับการดูดวง

ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของตัวเองและการดำเนินชีวิตของตัวเองอีกนั่นแหละ เหมือนการดูดวงเป็นการเพิ่มความมั่นใจและคำตอบสำหรับบางคนที่เพื่อเป้าหมายอะไรบางอย่าง แต่หลักๆแล้วมีอะไรบ้าง

1.      ต้องการที่จะรู้อนาคต

ซึ่งแน่นอนว่าคนที่ดูดวงนั้นคงต้องการที่จะรู้อนาคตของตนเองว่าเป็นยังไง จะเดินทางไปในทิศทางไหน และจะประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตัวเองตั้งใจและหวังไว้หรือเปล่า ซึ่งในบางครั้งหากเจอหมอดูที่แม่น ๆ ก็จะทำนายทายทักถูกต้อง

2.      ต้องการเสริมบารมีให้ตัวเอง

สำหรับบางคนนั้นที่เป็นเจ้าใหญ่นายโต จำเป็นที่ต้องอาศัยดวงหรือโหงวเฮ้งต่าง ๆ เพื่อให้หน้าที่การงานประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี ซึ่งในบางครั้งอาจมีดวงของปีชงทำให้ต้องมีการแก้ชะตาราศี หรือแก้เคล็ดเกิดขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามที่ถูกที่ควร เพื่อความสบายใจของผู้ดูดวงนั้นเป็นหลัก

3.      ต้องการพ้นจากทุกข์ที่เป็นอยู่

สำหรับบางคนนั้นต้องการดูดวงเนื่องจากจิตใจเป็นทุกข์หม่นหมอง จึงหาวิธีที่จะทำให้ตนเองสบายใจขึ้นและคลายทุกข์โดยการพึ่งพาทางไสยศาสตร์ หรือดูดวงเพื่อหาต้นตอและสาเหตุของการเกิดปัญหาเหล่านั้น และส่วนมากสิ่งที่หมอดูแนะนำให้ทำคือไปทำบุญปล่อยสัตว์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้นับเป็นเรื่องดี

4.      ต้องการมีที่พึ่งทางใจ

เนื่องจากคนไทยนั้นมีทางเชื่อเรื่องศาสนาค่อนข้างมากและยามเกิดทุกข์หรือสุขนั้น จะนึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นอันดับแรก ๆ ทำให้การดูดวงเป็นที่นิยมของคนที่ต้องการมีที่พึ่งทางใจ เพื่อให้รู้ว่าตนเองจะต้องทำอะไรและจะต้องดำเนินชีวิตไปในทิศทางใด

ในบางครั้งการดูดวงก็มีไว้เพื่อยืนยันเหตุผลในการกระทำบางอย่าง ที่จะเปลี่ยนแปลงทิศทางของชีวิตไปตลอดกาล เช่น เลิกกับแฟนดีมั้ย ลาออกจากงานดีรึเปล่า หรือจะลงทุนกับอะไรสักอย่างดี หลายคนจึงคิดว่า คนไปดูดวง ก็เพื่อต้อการใครสักคนที่จะมาตัดสินใจแทน และไม่เชื่อว่าทุกอย่างจะราบรื่น หากพวกเขาตัดสินใจด้วยตนเอง ถ้าหมอดูบอกว่า ‘ไม่’ แน่นอนว่าพวกเขาจะไม่ทำ เพราะอำนาจนอกตนบอกมาแบบนั้น เป็นระบบจิตวิทยากับการดูดวง

แต่ข้อสังเกตดังกล่าวก็ไม่ถูกไปเสียหมด และไม่สามารถนำไปใช้อธิบายกับสายมูทุกคนได้ เพราะจากการสอบถามคนที่ดูดวงเป็นประจำ ก็พบว่าส่วนใหญ่พวกเขาไม่ได้เชื่อในอำนาจนอกตนเพียงอย่างเดียว หากแต่เพียงแค่นำคำทำนายที่ได้ ไปประกอบกับความเชื่อในอำนาจในตนด้วย หรืออธิบายอีกอย่างก็คือ หลังจากดูดวง พวกเขารู้สึกมั่นใจมากขึ้น ว่าตัวเองจะสามารถมีชีวิตอย่างที่เขาลิขิตไว้ได้

คนยุคใหม่กับการดูดวง
มุมมองการดูดวงของคนยุคใหม่

คนยุคใหม่กับการดูดวง

การดูดวงนั้นก็เหมือนกับมีม ที่ทั้งสองสิ่งสามารถแพร่กระจายไปบนโลกอินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว คอลัมน์โหราศาสตร์ในนิตยสารหรือคอนเทนต์เรื่องดวงบนแพลตฟอร์มออนไลน์นั้น เป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของยุคการดูดวงและก็คงจะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่นอน

ในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมาการดูดวงได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนรุ่นใหม่โดยที่พวกเราบางคนอาจไม่รู้ตัว เราดูดวงเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณในทุกปี โพสต์เกี่ยวกับการดูดวงเพิ่มมากขึ้นกว่า 150% ในปี 2017 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และในช่วงโควิตก็เป็นช่วงที่คนในวัยยี่สิบกว่าเข้าเว็บดูดวงมากที่สุด

เพราะวิตกกังวลจึงดูดวง

งานวิจัยในปี 1982 พบว่าผู้คนมักหันไปพึ่งการดูดวงเมื่อชีวิตเผชิญกับเรื่องตึงเครียดมากขึ้น พวกเขาหันหน้าไปปรึกษากับหมอดูเพราะส่วนมากพบว่าการดูดวงช่วยบรรเทาความเครียดของพวกเขาได้ แม้ว่าในสภาวะปกติพวกเขาอาจจะไม่เชื่อในโหราศาสตร์ก็ตาม แต่เป็นเรื่องของจิตวิทยา สังเกตุได้จากการควบคุมผู้คนส่วนใหญ่ โดยกำหนดบางอย่าง ฉะนั้น จิตวิทยากับการดูดวงจึงเป็นของคู่กัน

ส่วนในงานวิจัยของ The Lancet Psychiatry เผยว่าคนในช่วงอายุ 18-34 ปี มีปัญหาด้านสุขภาพจิตเพิ่มมากขึ้นนับตั้งแต่เริ่มมีสถานการณ์โควิด นอกจากนี้ New York Times ยังให้ข้อมูลว่าในช่วงเดือนมีนาคมปีที่ผ่านมาเป็นเดือนที่คนเข้าเว็บไซต์ดูดวงมากที่สุด ทั้ง ๆ ที่เรากำลังอยู่ในสถานการณ์โรคระบาดที่อาจจะใหญ่ที่สุดในชีวิต แต่หลายคนก็กลับเลือกที่จะหาคำตอบจากการดูดวง

กลยุทธ์ในการดูดวง
กลยุทธ์การดูดวงช่วยโน้มน้าวและถูกทำให้น่าเชื่อถือได้

กลยุทธ์ในการดูดวง

การที่เราจะทำความรู้จักกับใครหรือแม้กระทั่งการเดานิสัยของเขา มักจะเริ่มต้นจากการพูดคุยเป็นส่วนใหญ่ และการดูดวงเป็นเรื่องของข้อมูล แม่หมอส่วนใหญ่ไม่ว่าจะสำนักไหน จะเริ่มต้นจากเทคนิค Cold Reading หรือจิตวิทยาการล้วงเอาข้อมูลนั่นเอง ซึ่งวิธีนี้จะประกอบไปด้วย

  1. การจัดเตรียมสถานที่ การทำบรรยากาศให้ดูขลังโดยการทำเหมือนเป็นพิธีกรรมอะไรบางอย่าง สามารถจะโน้มน้าวให้ลูกค้ามีความรู้สึกร่วมได้ การมีหนังสืออ้างอิงตั้งอยู่ มีประกาศนียบัตรจากสถาบันสอนโหราศาสตร์ มีภาพถ่ายกับลูกค้าคนดัง มีภาพแสดงความเก่าแก่หรือยิ่งใหญ่ของโหราศาสตร์ เหล่านี้จะช่วยทำให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจในตัวหมอดูและวิชาที่หมอดูใช้
  2. การทำนายอุปนิสัย การออกคำพยากรณ์ที่มีความหมายตรงกันข้ามหรือขัดแย้งอยู่ในประโยคเดียวกัน เหมือนสายรุ้งที่มีหลายสี ถ้าไม่ถูกสีหนึ่งมันก็ต้องไปถูกอีกสีหนึ่งจนได้ 
  3. การทำนายเหตุการณ์หรือข้อเท็จจริง เทคนิคหลักที่ใช้คือการออกคำพยากรณ์ที่มีความหมายหลายชั้น คลุมเครือ ตีความได้มากกว่าหนึ่งอย่าง และการใช้สถิติทั่วไปที่ได้จากสำรวจ
  4. การทำนายอนาคต เทคนิคที่ใช้คือ ทายแต่ในด้านดีเท่านั้น คือ “ได้แน่นอน” หรือ “รวยแน่นอน” อะไรทำนองนี้ 
  5. การแถ เมื่อเหตุการณ์ไม่เป็นอย่างที่คิด คำทำนายผิดไปจากความเป็นจริง หมอดูต้องมีทางออก เทคนิคที่ใช้กันทั่วไปมีดังนี้ ยืนยันคำพยากรณ์ แล้วทำเป็นประหลาดใจ นี่เป็นวิธีกดดันลูกค้าอย่างหนึ่ง เมื่อทำอย่างนี้ ลูกค้ามักจะพยายามไปหาเรื่องราวที่ตรงกับคำพยากรณ์นั้นให้จนได้
ความรู้สึกของการควบคุม
การดูดวง ทำให้มีความรู้สึกของการควบคุม ไม่ว่าจะใครก็ตาม

เพราะการรู้ดวงของตัวเองทำให้มนุษย์รู้สึกมี sense of control

ใครใคร่ดูก็ดู ใครใคร่ไม่ดูก็ไม่เสียหาย เพราะจิตวิทยากับการดูดวงต้องไปด้วยกันเสมอ ซึ่งสำหรับบางคน การเยียวยาจิตใจก็มาในรูปของ ‘คำอธิบายชีวิต’ ที่ตัวเองเลือกจะเชื่อถือ ถ้าความเครียดและความไม่แน่นอนของอนาคตเปรียบเสมือนโรคร้ายสำหรับคนรุ่นใหม่ การดูดวงก็คงจะเป็นสุดยอดยาบรรเทาที่ช่วยเยียวยาจตใจพวกเขาได้